Pre-Honeymoon @ Gold Coast

posted on 27 Jun 2011 23:43 by heidinatty  in General

สวัสดีค่ะ โผล่มาอีกทีก็ตอนไปเที่ยวกลับมา สรุปว่ามันเป็นblogท่องเที่ยวไปตอนไหนล่ะนี่ ฮ่าๆๆ

กลับมาถึงกทม.ตั้งแต่วันศุกร์ตอนค่ำๆ แต่ว่าเหนื่อย หมดแรง และมีอะไรมากมายเต็มไปหมด

มาเริ่มดูรูปกันเลยดีกว่า (แบบว่าขี้เกียจมาก ดูรูปไปแทนละกันนะคะ)

 

วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน

เราเดินทางด้วยสายการบิน Air Asia เป็นตั๋วโปรโมชั่นที่จองไว้ตั้งแต่ปีที่แล้วโน่นนนนนน

ไฟลท์ช่วงบ่ายสาม แต่เราไปถึงสนามบินประมาณเที่ยงกว่า เพราะจากประสบการณ์ ตม.คิวมักจะยาวเสมอ

ซึ่งวันนี้แถวไม่ล้น เราเลยพอมีเวลาเหลือมานั่งกิน hashbrown ที่ burger king (ชอบมากๆ)

หม่ำๆกันเสร็จก็เดินมานั่งรอแถวgate ถ่ายรูปเล่น และอ่านหนังสือไปพรางๆ

พอได้เวลาboarding ก็ขึ้นเครื่อง เตรียมตัวเดินทางสู่ Kuala Lumpur 

แต่เราไม่ได้ไปเที่ยวกัวลานะคะ เราจะไปAustralia กันค่ะ

ซึ่งการไปtransit เครื่องที่กัวลาของเรา ไม่สามารถเป็นtranfer paxได้เพราะคนล่ะbooking

ทางAir Asia ไม่เช็คอินแบบ connecting flight ให้ เราเลยต้องเข้าออกประเทศมาเลเซียกัน

เข้าๆออกๆตรงimmigrationนั่นแหล่ะค่ะ  ออกด่านมารับกระเป๋าสีชมพู ที่ปะป๊เรียกว่า "ตู้เย็น"

เพราะใบใหญ่มาก แถมสีก็สะดุดตามากค่ะ เอาเป็นว่าออกมาจากสายพานกระเป๋า ยังไงก็รู้ว่า "ของกรู"

ไปจัดการเอากระเป๋าออกมาแล้ว ก็ผ่านimmigrationเข้าไปใหม่ (แลดูว่างมาก)

แต่ก็ดีค่ะ ในการtransit ครั้งนี้เลยได้สะสมimmigration มา และก็ได้ออกมาแด๊ะแด๋หาอะไรกินกัน

ในสนามบินก็มีไม่กี่ร้านหรอกค่ะ ที่เห็นว่าพอจะกินได้แน่ก็มีMcกับ Marrybrown

แน่นอนว่าเราก็ต้องหาอะไรแปลกๆลอง ก็เลยไปแลกเงินเป็นริงกิตแ้้ล้วก็ลุยยย

มื้อนั้นก็ไก่ทอด ไก่นั่นโน่นนี่ กินแต่ไก่กันไป

พอได้เวลาเราก็เข้าไปรอที่gate มีเจ้าหน้าที่มาตรวจpassportอีกทีก่อนเข้าgate

เค้าก็ถามว่าไปไหน honeymoon เหรอ บางประโยคถามด้วยภาษาไทย 

นี่แสดงว่าคนไทยคงเยอะมาก ถึงได้พูดคล่องขนาดนี้ ^v^

พอขึ้นเครื่องมา พอเปลี่ยนมาเป็น Air Asia X ที่นั่งก็กว้างขึ้น นั่งสบายมากขึ้น

แถมคุณป้าที่นั่งข้างเราก็ย้ายไปนั่งที่อื่น เพราะไฟลท์โล่ง เราเลยสบายขึ้นไปอีก

ขึ้นเครื่องไปซักพักเราก็หลับ ส่วนปะป๊าก็นั่งอ่านหนังสือจนหลับ (ผู้ชายคนนี้แบกแต่หนังสือ)

ตื่นเช้ามา ประมาณ7 โมงกว่าตามเวลาของออสเตรเลีย เครื่องก็landลงที่ coolangata airport

เดินออกจากเครื่องมา ... เฮ้ยยย อากาศเย็นมากกกกกก แล้วโปรดดูในรูปว่าเรากับปะป๊าใส่เพียงเสื้อยืด

ผิวหนังกะเหรี่ยงอย่างเราที่ปกติเจอแต่อากาศร้อนชื้น พอมาเจอแบบนี้ก็มีสั่น

ที่สำคัญ .... เราลืมเอาเสื้อกันหนาวมาให้ปะป๊า เนื่องจากตัวที่ปะป๊าจะใส่เราไม่ชอบ

เลยบอกให้ไปเอาอีกตัว ปะป๊าเองก็ลืม ก็เลยลืม ก็เลยไม่มีใส่ ก็เลยหนาววววววซะเลย

 

พอออกจากข้างในมาสู่โลกภายนอก เราก็เดินหาพวกinformation เพื่อจะซื้อตั๋วรถแบบ unlimited

ก็เจอตั๋วแบบ 5 day unlimited 95$ แล้วก็มีบริการรับส่งที่พัก-สนามบิน ก็เลยตกลงเอาแบบนี้

เสร็จแล้วก็เดินไปขึ้นshuttle bus บอกเค้าว่าพักที่ไหน เค้าจะได้วางrouteในการไปส่งได้ถูก

ประมาณ9 โมง เราก็มาถึง Cypress Ave Apartment แต่ว่ายังไม่ถึงเวลา check in

เจ้าของที่พักเค้าบอกว่าคนเดิมกำลังจะ check out ให้เราไปเดินเล่นก่อน โดยเราก็ฝากกระเป๋าไว้

คุณ Cheryl น่ารักมากๆ รวมทั้ง Andrew ด้วย เพราะอธิบายทุกสิ่งอย่างให้ฟัง เอาแผนที่มาชี้ให้ดู

แล้วก็บอกว่าตรงไหนมีอะไรบ้าง พอเราอยากรู้เรื่องรถเมล์ก็โทรถามให้ (โคตรน่ารักเลย)

แล้วมาเดินเล่นแถวที่พัก แต่เดินไปเดินมาก็เดินไปถึง surfer paradise ใช้เวลาเดินแค่5นาที

เดินเล่นพร้อมหาซื้อเสื้อหนาว เพราะว่าปะป๊าหนาวมาก มาได้เสื้อจากร้าน city beach ในราคา39$

นี่ถ้าไม่จำเป็นฮีคงไม่ซื้อแน่ๆ เผลอๆตอนซื้ออาจจะกำลังด่าเราในใจ ... ฮ่าๆๆ

เห็นแดดแรงแบบนี้ก็หนาวใช่หยอกเลยนะ ลมเย็นมากเลยล่ะ

พอมาถึงที่พัก Cheryl ก็พาไปยังห้องพัก เปิดประตูไป เฮ้ยยย ดีมากอ่ะ

เพราะเราก็ไม่คาดคิดว่าห้องจะดูกว้าง และจะมีทุกอย่างครบ ทั้งไมโครเวฟ เตา จานชาม ตู้เย็น

เครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า ไดร์เปาผม และก็มีระเบียงห้องที่กว้างมากกกกกกกกกก

เก็บของ อาบน้ำ ก็ออกมา เตรียมตัวไป Tweed Head นั่งรถเมล์กัน กางแผนที่กัน

จนในที่สุดก็มาถึง ... ปะป๊าลงไปนอน planking แล้วก็มีวัยรุ่นฝรั่งวิ่งมากประมาณ4-5คน

ตอนมันวิ่งมานี่ นึกว่ามันจะมาทำไรซะอีกเพราะวิ่งแบบเกียร์หมามากๆ ตีนเปล่าเลยด้วย

วิ่งมาถึงปุ๊บ ควักเอาiphone เอาbbขึ้นมาบอกว่า ให้ปะป๊าลงไปplank ใหม่ มันจะถ่ายรูป

"ก รู ล ่ ะ เ บ ื ่ อ"  แถมมีการจะให้เราลงไปนอนplanking บ้าง .. ไอ่บ้าาาาา

ไอ่แก๊งค์นี้มันบอกปะป๊าว่า "You're sick" ... พวกเอ็งก็พอกันแหล่ะ วิ่งมาถ่ายรูปซะตรูตกใจหมด

ถ่ายรูปจนหอมปากหอมคอก็เดินเล่นต่อ จากtweed head เดินไปจนถึง point danger

เดินขึ้นเขา(สั้นๆ) เพื่อไป captain cook memorial 

 

ไปถึงข้างบน มองลงมาเห็นคนที่เล่นsurfกันเยอะมากกกกกกกกกกกก

เสร็จแล้วก็เดินไปนั่งรถเมล์กลับมาที่surfer paradise กิน hungry jack 

เข้า cole ไปหาซื้อขนมกิน ชีวิต ช่างมีฟาร์มสุข

กลางคืนนอนต้องเอาheater มาเปิด ไม่งั้นนอนไม่ไหว หนาวมาก

อย่านึกว่าไปสวีทกันนะคะ เพราะให้ตายเหอะ ปะป๊าฝันร้าย ส่วนเราก็กระชับพื้นที่ทั้งคืน

นี่ถ้ามีลูก ก็ให้ลูกมานอนเตียงเดียวกันไม่ได้แน่ๆ

คนนึงก็เตะขาตลอด  อีกคนก็พยายามเบียดอีกคนให้ตกเตียง

..

 

..

 

ไ้ว้มาต่อภาค2 อีกทีนะจ๊ะ

แจ้งเหตุนิดนึง: ที่ใช้เลนส์แบบ fish eye ถ่ายมาเยอะ เพราะว่ามันเก็บภาพได้กว้าง

ไม่ต้องคอยง้อคนอื่นมาถ่ายให้ จะถ่ายมันซะ30รูปก็ไม่มีใครว่าอะไร ><"

 
 
ป.ล. เลิกงานก็ไปหาหมอแผนกสูติ ตรวจ thin-pep กะ ultrasound ช่องท้องส่วนล่าง
 
คุณหมอคงแปลกใจมั้งที่มาตรวจ เพราะคุณหมอถามประมาณว่าทำไมถึงมาตรวจ
 
ก็เลยบอกไปว่า จะแต่งงานค่ะ เลยมาตรวจไว้ก่อน คุณหมอบอกว่าดีแล้วค่ะ ^v^

ตอนตรวจthin-pep นี่ตื่นเต้นมาก เปลี่ยนเป็นผ้าถุง เพราะต้องขึ้นขาหยั่ง

พอขึ้นไปนอนปุ๊บ คุณหมอเอาคีมปากเป็ดมาแหย่ๆ แล้วก็กำกับว่าให้เกร็ง ให้ผ่อน อะไรประมาณนี้

เสร็จแล้วก็ลงไปตรวจ ultrasound ที่ชั้น1 ตอนนั้นก็ปวดฉี่แล้วนะ แต่คุณหมอบอกว่าไม่พอ

ก็เลยต้องมานั่งกินน้ำ กินไป3แก้ว ขนลุกแล้วขนลุกอีก ปวดจะตายอยู่แระ

ในที่สุดก็sound เห็นน้องมดลูกซะที ultrasoundเสร็จก็ขึ้นไปพบคุณหมออีกครั้ง

ผลตรวจออกมาดี ถึงจะมีซีสต์อยู่ในรังไข่ แต่คุณหมอบอกว่าธรรมดา ไม่มีปัญหาอะไร

มดลูกเราสุขภาพแข็งแรงดี ฟังแล้วสบายใจจัง ^v^

เดี๋ยวคราวหน้าจะไปตรวจแพคเกจก่อนสมรสของจริงละ พวกตรวจไวรัส ตรวจเลือดต่างๆน่ะ

 

ห่างหายจากการเขียนblog นี้ไปนานมากๆ เพราะขนาดไดอารี่ที่เขียนประจำยังนานๆเค้าไปอัพเสียที

วันนี้เลยเอารูปมาแปะแทน เป็นรูปที่ไปเที่ยวสงกรานต์ ทริป อุบล-ลาวใต้

 

เริ่มจากวันที่12 เลิกงานก็บึ่งไปบ้านคุณปู่ อาบน้ำเปลื่อนเสื้อผ้า และมุ่งหน้าสู่ .. "หัวลำโพง โอง โอง โอง"

 

มาเที่ยวไปพร้อมกันเลยดีกว่า ...

 

ทริปนี้ เราจะไปรถไฟชั้น1 แบบตู้นอน นั่งยาวจากหัวลำโพง สู่อุบลราชธานี 

ตามตาราง รถไฟจะต้องออกตอน2ทุ่มครึ่ง แต่ว่ามาเลทตามสไตล์ก็เลยออกตอน3ทุ่ม

ตื่นเต้นเหมือนกันนะ เพราะเคยนั่งรถไฟที่เป็นตู้นอนตอนไปอียิปต์ ลุ้นๆว่าจะเหมือนกันมั้ยหนอ

(นี่เป็นครั้งที่สองในชีวิตที่ได้นั่งรถไฟไทย  ครั้งแรกนั่งตอนประมาณสองขวบ)


 

แชว้บบบบบ เปิดประตูห้องมา เราก็เจอห้องแบบนี้ ครือๆกะของอียิปต์ แต่ของเราเหมือนจะกว้างกว่าหน่อย

ในห้องจะมีซิ้งค์ล้างหน้า แก้วน้ำ และน้ำเปล่า2ขวด หลังจากรถไฟเริ่มออกจากสถานี 

คุณลุงประจำตู้ก็มาปูที่นอนให้ เป็นที่นอน2ชั้นแบบนี้ค่ะ (สองห้องสามารถเปิดทะลุกันได้)

 เช้าตื่นมาแปดโมง .. ได้ยินเสียงตอนเข้าชานชลาว่า "โคราช"  เฮ้ยยยยย ทำไมเพิ่งโคราช

ถามไปถามมาได้ความว่า เมื่อคืนหัวรถจักรเสีย แหมม มิน่า รู้สึกว่ารถไฟไทยวิ่งนิ่มดีจัง

ที่แท้มันไม่ได้วิ่งไปพักใหญ่ๆต่างหากล่ะ  ซักสิบโมงกว่า เราก็ถึง "อุบลราชธานี"

อย่างแรกที่เราทำก็คือ หาข้าวกินซะ โดยได้ร้าน "อินโดจีน" อาหารเวียดนามที่ขึ้นชื่อ

จากนั้นก็ไปไหว้พระที่วัดสระประสานสุข 

 และก็ไปต่อที่วัดมหาวนาราม (อันนี้ไม่ได้เอารูปมาลง)

หลังจากไหว้พระเพื่อเป็นสิริมงคลในวันขึ้นปีใหม่ไทย เราก็เข้าที่พักไปอาบน้ำอาบท่ากันที่ "ปลายฟ้ารีสอร์ท"

หลังจากอาบน้ำเสร็จ เราก็ไปที่ท่าขึ้นเรือ เพื่อเดินทางไปยัง "สามพันโบก" 

 

 

 โบกหย่ายยยยยยยยยย

 สระมรกต

 

 

 

 หลังจากถ่ายรูปจนแสงหมด เราก็กลับเข้าฝั่ง ไปทานข้าวในรีสอร์ท มีแต่เมนูปลาคัง ฮ่าๆๆ

 

เช้าวันถัดมา เราก็ไปสามพันโบกอีกครั้งเพื่อเก็บแดดเช้า 

 นี่คือเจ้าไกด์ตัวน้อยที่คอยอธิบาย แม้บางครั้งมันจะดูเหมือนกวนประสาทมากกว่าตั้งใจตอบ ฮ่าๆ

 

 

 

 บางจุดก็เดินแล้วต้องระวังๆกันหน่อย

 

 

 หัวใจปิ๊งๆ

 ตรงนี้ล่ะ ที่เค้าว่ามาถ่ายโฆษณา ปตท. กัน

 

 กลับขึ้นฝั่งมาเป็นมนุษย์ป้าย

 กลับรีสอร์ทมาอาบน้ำ ทานข้าวเช้ากัน เจ้าของรีสอร์ทที่นี่น่ารักมากๆ รู้ว่าพวกเราออกไปแต่เช้า

ก็เลยเก็บอาหารเช้าไว้ให้ พอกินจนหมดก็ยังเอามาเพิ่มให้อีก กลัวพวกเราไม่อิ่ม

ใครไปอุบลก็ขอแนะนำ "ปลายฟ้ารีสอร์ท"  แห่งนี้ค่ะ (ลุกสาวเจ้าของรีสอร์ทก็น่ารักด้วยนะ ขอบอก)

 หลังจากออกจากปลายฟ้ารีสอร์ท เราก็ไปยัง "ผาแต้ม" ที่ที่พระอาทิตย์ขึ้นก่อนใคร

(อยู่นี่รู้สึกเห็นฟ้าสว่างตั้งแต่ตีห้ากว่าๆ  เช้าเกินนนนน)

 

 อาจจะเคยเห็นกวางผากันมาแล้ว วันนี้เสนอ "คนผา" นะคะ

 

 เสาเฉลียง

 แล้วก็มาแม่น้ำสองสี ที่โชคร้ายวันนั้นมองไม่เห็นสีที่แตกต่างกันเลย

 เดินทางจนเหนื่อย ก็มาถึงที่พัก "ทอแสงโขงเจียม" เข้าห้องปุ๊บ เปลี่ยนชุดมาว่ายน้ำปั๊บ 

ว่ายกันอยู่สองคนนี่แหล่ะ ว่ายเสร็จก็ไปเดินเล่นที่ริมโขง อากาศดี จนอยากจะนอนอยู่แถวริมน้ำ

 

 

 

 คืนนั้น ก็จบด้วยการเล่นไพ่ เกมส์ที่อธิบาย หรือสอนเรายังไงเราก็ไม่สามารถจริงๆ

(เป็นคนเล่นไพ่ไม่เป็นเลยค่ะ ยังไงก็ไม่เข้าใจ)

 

เช้าวันที่ 14 เราก็เดินทางไปประเทศลาว ผ่านทางด่านช่องเม็ก

 

 

 

 หลังจากเดินทางด้วยรถตู้มาพอสมควร ก็ลงเรือวิ่งตามแม่น้ำโขง(ไม่ได้ลงรูป) แล้วต่อรถห้าแถว

 หัวรถจักรสมัยสงครามโลก

 แวะทานข้าวที่ร้านแห่งนึง มองไปเห็นสะพานมิตรภาพลาว ญี่ปุ่น ซึ่งตอนแรกเราก็นั่งรถ5แถวข้ามมานี่ล่ะค่ะ

 ในที่สุด เราก็มาถึงน้ำตกหลี่ผี

 นี่ขนาดหน้าร้อน น้ำยังเยอะและแรงมากๆค่ะ  ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำอย่างเด็ดขาด

ใครลงไป ไม่มีรอด!!!

 จากหลี่ผี ก็ออกมานั่งเรือกลับฝั่ง แล้วเดินทางไปยัง น้ำตก คอนพะเพ็ง

เราก็พยายามมองดูว่าต้นมณีโคตรมันอยู่ตรงไหนหว่า

 

 

 

 

 จบวันแล้วก็เข้าพักที่จำปาสักพาเลซ หรือ วังเจ้าบุญอุ้ม

ที่ถูกขนานนามว่า "ศาลาพันห้อง" เพราะห้องเยอะขนาดที่ว่ากันว่าหากจะปิดหน้าต่างทุกบาน 

ต้องใช้เวลาหนึ่งวันเ็ต็มในการปิดค่ะ

 

 

 

 

เช้าแล้วววววว ได้เวลาเดินทางอีกครั้ง

 

 แวะตลาดก่อน

 

 มาถึงน้ำตกตาดฟาน

 

 

และมาที่สุดท้าย แวะทานข้าวก่อนที่ "ตาดผาส้วม"

ที่นี่ผู้ได้สัมปทานคือคนไทย (ชื่อคุณไรหนอ ลืมซะงั้น )

ออกจากตาดผา้ส้วมก็กลับมายังอุบล แวะแก่งสะพือก่อนขึ้นรถไฟ

ถึงสถานี ก็ถ่ายรูป รถฟมาก็ขึ้น และ นอนเลยยยยยยย

จบทริป 
 
ใครอยากได้รายละเอียด หรือการเล่าแบบสวยงาม
 
ไปขอให้ตาบรรทัดที่11 รีวิวเองละกันนะคะ (จริงๆเค้าก็กำลังเขียนๆเตรียมจะลงหนังสืออยู่)
 
 
 
 
ทริปหน้าเจอกันใหม่ค่ะ
 
ป.ล. ขอบคุณ พี่หมอลิง สำหรับทริป และ รูปสวยๆค่ะ

edit @ 14 May 2011 01:15:43 by Natda

Love is in the Air... Asia+ The Nation

posted on 11 Feb 2011 23:47 by heidinatty  in General
ย้อนกลับไปเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน เราเห็นAir Asia เค้ามีให้เขียน+อัพรูป
 
เพื่อเข้าร่วมกิจกรรม หาคู่รักที่โชคดี ได้ไปแต่งงานบนเครื่องบิน
 
เราก็นึกสนุก .. เลยไปบอกคุณ ซึ่งคุณก็จัดการให้เสร็จสรรพ
 
และผลที่ออกมา ประกาศเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว
 
คู่ของเราได้เป็น1ใน7 คู่รักที่จะไ้ด้วิวาเหาะบนเครื่องบินของAir Asia
 
พร้อมทั้งไปฮันนีมูนที่เชียงใหม่ โดยจะได้ขับPriusลัลล้าไปทั่ว
 
วินาทีที่รู้ว่าได้ เป็นคู่ที่3ที่เค้าประกาศ .. ดีใจมาก 
 
สอบได้A ตอนเรียนตรียังไม่ดีใจเท่านี้เลย 
 
แต่แล้ว เหมือนกรรมบัง .. วันที่เค้าจัดกิจกรรม คุณยังอยู่สวิสอยู่เลย
 
เราก็เลยอดไปกัน ... ตอนนั้นเข้าใจทุกอย่างนะ 
 
เข้าใจว่าคุณต้องไปทำงาน .. แต่มันเซ็ง
 
ช่างเป็นความขัดแย้ง ... เข้าใจ แต่มันเซ็งอ่ะ 
 
คุณเห็นเราจ๋อย คุณก็สงสาร แต่มันไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
 
อย่างที่คุณบอก ... อย่างน้อยคนอื่นก็รู้สึกได้ว่าคู่ของเราเป็นคู่ที่น่ารัก
 
อีกอย่าง ปลายปี เราก็จะมีงานที่เป็นเฉพาะของเราอยู่แล้วนี่เนอะ
 
(อย่าลืมล่ะ ที่สัญญาไว้ ทริปปลอบขวัญปลอบประโลมใจของเรา ฮ่าๆๆ)
 
..
 
..
 
แหมม ถ้าคุณไม่ติดต้องไปทำงาน พรุ่งนี้เราก็จะได้แต่งงานกันบนเครื่องแล้วนะเนี่ย
 
..
 
..
 
และเมื่อศุกร์ที่แล้ว คุณก็ขึ้นเครื่องไปทำงาน กว่าจะกลับมาก็เสาร์หน้าโน่นเลย
 
ไม่เคยอยู่ห่างกันนานขนาดนี้เลยเนอะ แต่คุณก็โทรมาทุกวันเลย
 
เราก็ดีใจนะที่คุณโทรมา นั่นอาจจะเป็นข้อดีของเราอย่างที่คุณบอก
 
เพราะเราไม่เคยต้องบังคับให้คุณโทรมา เรารู้ว่าคุณไปทำงาน และเที่ยวต่ออีกหน่อย
 
เราไม่อยากให้คุณมากังวลว่าต้องโทรหาเราสามเวลาเช้าเย็น แต่ที่คุณทำ เราก็ชื่นใจ
 
..
 
..
 
วันจันทร์ที่ผ่านมา เราทำหน้าที่ซื้อหนังสือพิมพ์ The Nation ที่คุณได้ลง
 
หนก่อน คุณถูกสัมภาษณ์ แต่มาครั้งนี้ คุณเป็นผู้เขียนบทความเอง
 
Photobucket
 
เรายินดีและดีใจกับทุกสิ่งที่คุณทำ
 
คุณอาจไม่รู้ว่าคุณครั้งที่ใครถามเราว่า แฟนเราเป็นใคร
 
เราจะยิ้มก่อนตอบด้วยความภูมิใจเสมอ (จะเรียกว่าหน้าบานก็ได้)
 
แฟนเป็น ...  ค่ะ  แล้วยิ้มปิดท้ายอีกครั้งด้ยความภูมิใจ
 
ดังนั้น ทุกครั้งที่ฉันนึกถึงคุณ ฉันจึงเผลอยิ้มกับตัวเองไปซะทุกที
 
..
 
..
 
วันนี้ไปเดินงานสถาปนิก54 มา อยากได้ของแต่งบ้านเพียบ
 
เรียกว่าพกกิเลสติดตัวกลับมาบ้านซะเยอะแยะไปหมดเลยล่ะ