Pre-Honeymoon @ Gold Coast
posted on 27 Jun 2011 23:43 by heidinatty in Generalสวัสดีค่ะ โผล่มาอีกทีก็ตอนไปเที่ยวกลับมา สรุปว่ามันเป็นblogท่องเที่ยวไปตอนไหนล่ะนี่ ฮ่าๆๆ
กลับมาถึงกทม.ตั้งแต่วันศุกร์ตอนค่ำๆ แต่ว่าเหนื่อย หมดแรง และมีอะไรมากมายเต็มไปหมด
มาเริ่มดูรูปกันเลยดีกว่า (แบบว่าขี้เกียจมาก ดูรูปไปแทนละกันนะคะ)
วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน
เราเดินทางด้วยสายการบิน Air Asia เป็นตั๋วโปรโมชั่นที่จองไว้ตั้งแต่ปีที่แล้วโน่นนนนนน
ไฟลท์ช่วงบ่ายสาม แต่เราไปถึงสนามบินประมาณเที่ยงกว่า เพราะจากประสบการณ์ ตม.คิวมักจะยาวเสมอ
ซึ่งวันนี้แถวไม่ล้น เราเลยพอมีเวลาเหลือมานั่งกิน hashbrown ที่ burger king (ชอบมากๆ)
หม่ำๆกันเสร็จก็เดินมานั่งรอแถวgate ถ่ายรูปเล่น และอ่านหนังสือไปพรางๆ
พอได้เวลาboarding ก็ขึ้นเครื่อง เตรียมตัวเดินทางสู่ Kuala Lumpur
แต่เราไม่ได้ไปเที่ยวกัวลานะคะ เราจะไปAustralia กันค่ะ
ซึ่งการไปtransit เครื่องที่กัวลาของเรา ไม่สามารถเป็นtranfer paxได้เพราะคนล่ะbooking
ทางAir Asia ไม่เช็คอินแบบ connecting flight ให้ เราเลยต้องเข้าออกประเทศมาเลเซียกัน
เข้าๆออกๆตรงimmigrationนั่นแหล่ะค่ะ ออกด่านมารับกระเป๋าสีชมพู ที่ปะป๊เรียกว่า "ตู้เย็น"
เพราะใบใหญ่มาก แถมสีก็สะดุดตามากค่ะ เอาเป็นว่าออกมาจากสายพานกระเป๋า ยังไงก็รู้ว่า "ของกรู"
ไปจัดการเอากระเป๋าออกมาแล้ว ก็ผ่านimmigrationเข้าไปใหม่ (แลดูว่างมาก)
แต่ก็ดีค่ะ ในการtransit ครั้งนี้เลยได้สะสมimmigration มา และก็ได้ออกมาแด๊ะแด๋หาอะไรกินกัน
ในสนามบินก็มีไม่กี่ร้านหรอกค่ะ ที่เห็นว่าพอจะกินได้แน่ก็มีMcกับ Marrybrown
แน่นอนว่าเราก็ต้องหาอะไรแปลกๆลอง ก็เลยไปแลกเงินเป็นริงกิตแ้้ล้วก็ลุยยย
มื้อนั้นก็ไก่ทอด ไก่นั่นโน่นนี่ กินแต่ไก่กันไป
พอได้เวลาเราก็เข้าไปรอที่gate มีเจ้าหน้าที่มาตรวจpassportอีกทีก่อนเข้าgate
เค้าก็ถามว่าไปไหน honeymoon เหรอ บางประโยคถามด้วยภาษาไทย
นี่แสดงว่าคนไทยคงเยอะมาก ถึงได้พูดคล่องขนาดนี้ ^v^
พอขึ้นเครื่องมา พอเปลี่ยนมาเป็น Air Asia X ที่นั่งก็กว้างขึ้น นั่งสบายมากขึ้น
แถมคุณป้าที่นั่งข้างเราก็ย้ายไปนั่งที่อื่น เพราะไฟลท์โล่ง เราเลยสบายขึ้นไปอีก
ขึ้นเครื่องไปซักพักเราก็หลับ ส่วนปะป๊าก็นั่งอ่านหนังสือจนหลับ (ผู้ชายคนนี้แบกแต่หนังสือ)
ตื่นเช้ามา ประมาณ7 โมงกว่าตามเวลาของออสเตรเลีย เครื่องก็landลงที่ coolangata airport
เดินออกจากเครื่องมา ... เฮ้ยยย อากาศเย็นมากกกกกก แล้วโปรดดูในรูปว่าเรากับปะป๊าใส่เพียงเสื้อยืด
ผิวหนังกะเหรี่ยงอย่างเราที่ปกติเจอแต่อากาศร้อนชื้น พอมาเจอแบบนี้ก็มีสั่น
ที่สำคัญ .... เราลืมเอาเสื้อกันหนาวมาให้ปะป๊า เนื่องจากตัวที่ปะป๊าจะใส่เราไม่ชอบ
เลยบอกให้ไปเอาอีกตัว ปะป๊าเองก็ลืม ก็เลยลืม ก็เลยไม่มีใส่ ก็เลยหนาววววววซะเลย
พอออกจากข้างในมาสู่โลกภายนอก เราก็เดินหาพวกinformation เพื่อจะซื้อตั๋วรถแบบ unlimited
ก็เจอตั๋วแบบ 5 day unlimited 95$ แล้วก็มีบริการรับส่งที่พัก-สนามบิน ก็เลยตกลงเอาแบบนี้
เสร็จแล้วก็เดินไปขึ้นshuttle bus บอกเค้าว่าพักที่ไหน เค้าจะได้วางrouteในการไปส่งได้ถูก
ประมาณ9 โมง เราก็มาถึง Cypress Ave Apartment แต่ว่ายังไม่ถึงเวลา check in
เจ้าของที่พักเค้าบอกว่าคนเดิมกำลังจะ check out ให้เราไปเดินเล่นก่อน โดยเราก็ฝากกระเป๋าไว้
คุณ Cheryl น่ารักมากๆ รวมทั้ง Andrew ด้วย เพราะอธิบายทุกสิ่งอย่างให้ฟัง เอาแผนที่มาชี้ให้ดู
แล้วก็บอกว่าตรงไหนมีอะไรบ้าง พอเราอยากรู้เรื่องรถเมล์ก็โทรถามให้ (โคตรน่ารักเลย)
แล้วมาเดินเล่นแถวที่พัก แต่เดินไปเดินมาก็เดินไปถึง surfer paradise ใช้เวลาเดินแค่5นาที
เดินเล่นพร้อมหาซื้อเสื้อหนาว เพราะว่าปะป๊าหนาวมาก มาได้เสื้อจากร้าน city beach ในราคา39$
นี่ถ้าไม่จำเป็นฮีคงไม่ซื้อแน่ๆ เผลอๆตอนซื้ออาจจะกำลังด่าเราในใจ ... ฮ่าๆๆ
เห็นแดดแรงแบบนี้ก็หนาวใช่หยอกเลยนะ ลมเย็นมากเลยล่ะ
พอมาถึงที่พัก Cheryl ก็พาไปยังห้องพัก เปิดประตูไป เฮ้ยยย ดีมากอ่ะ
เพราะเราก็ไม่คาดคิดว่าห้องจะดูกว้าง และจะมีทุกอย่างครบ ทั้งไมโครเวฟ เตา จานชาม ตู้เย็น
เครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า ไดร์เปาผม และก็มีระเบียงห้องที่กว้างมากกกกกกกกกก
เก็บของ อาบน้ำ ก็ออกมา เตรียมตัวไป Tweed Head นั่งรถเมล์กัน กางแผนที่กัน
จนในที่สุดก็มาถึง ... ปะป๊าลงไปนอน planking แล้วก็มีวัยรุ่นฝรั่งวิ่งมากประมาณ4-5คน
ตอนมันวิ่งมานี่ นึกว่ามันจะมาทำไรซะอีกเพราะวิ่งแบบเกียร์หมามากๆ ตีนเปล่าเลยด้วย
วิ่งมาถึงปุ๊บ ควักเอาiphone เอาbbขึ้นมาบอกว่า ให้ปะป๊าลงไปplank ใหม่ มันจะถ่ายรูป
"ก รู ล ่ ะ เ บ ื ่ อ" แถมมีการจะให้เราลงไปนอนplanking บ้าง .. ไอ่บ้าาาาา
ไอ่แก๊งค์นี้มันบอกปะป๊าว่า "You're sick" ... พวกเอ็งก็พอกันแหล่ะ วิ่งมาถ่ายรูปซะตรูตกใจหมด
ถ่ายรูปจนหอมปากหอมคอก็เดินเล่นต่อ จากtweed head เดินไปจนถึง point danger
เดินขึ้นเขา(สั้นๆ) เพื่อไป captain cook memorial
ไปถึงข้างบน มองลงมาเห็นคนที่เล่นsurfกันเยอะมากกกกกกกกกกกก
เสร็จแล้วก็เดินไปนั่งรถเมล์กลับมาที่surfer paradise กิน hungry jack
เข้า cole ไปหาซื้อขนมกิน ชีวิต ช่างมีฟาร์มสุข
กลางคืนนอนต้องเอาheater มาเปิด ไม่งั้นนอนไม่ไหว หนาวมาก
อย่านึกว่าไปสวีทกันนะคะ เพราะให้ตายเหอะ ปะป๊าฝันร้าย ส่วนเราก็กระชับพื้นที่ทั้งคืน
นี่ถ้ามีลูก ก็ให้ลูกมานอนเตียงเดียวกันไม่ได้แน่ๆ
คนนึงก็เตะขาตลอด อีกคนก็พยายามเบียดอีกคนให้ตกเตียง
..
..
ไ้ว้มาต่อภาค2 อีกทีนะจ๊ะ
แจ้งเหตุนิดนึง: ที่ใช้เลนส์แบบ fish eye ถ่ายมาเยอะ เพราะว่ามันเก็บภาพได้กว้าง
ไม่ต้องคอยง้อคนอื่นมาถ่ายให้ จะถ่ายมันซะ30รูปก็ไม่มีใครว่าอะไร ><"
ตอนตรวจthin-pep นี่ตื่นเต้นมาก เปลี่ยนเป็นผ้าถุง เพราะต้องขึ้นขาหยั่ง
พอขึ้นไปนอนปุ๊บ คุณหมอเอาคีมปากเป็ดมาแหย่ๆ แล้วก็กำกับว่าให้เกร็ง ให้ผ่อน อะไรประมาณนี้
เสร็จแล้วก็ลงไปตรวจ ultrasound ที่ชั้น1 ตอนนั้นก็ปวดฉี่แล้วนะ แต่คุณหมอบอกว่าไม่พอ
ก็เลยต้องมานั่งกินน้ำ กินไป3แก้ว ขนลุกแล้วขนลุกอีก ปวดจะตายอยู่แระ
ในที่สุดก็sound เห็นน้องมดลูกซะที ultrasoundเสร็จก็ขึ้นไปพบคุณหมออีกครั้ง
ผลตรวจออกมาดี ถึงจะมีซีสต์อยู่ในรังไข่ แต่คุณหมอบอกว่าธรรมดา ไม่มีปัญหาอะไร
มดลูกเราสุขภาพแข็งแรงดี ฟังแล้วสบายใจจัง ^v^
เดี๋ยวคราวหน้าจะไปตรวจแพคเกจก่อนสมรสของจริงละ พวกตรวจไวรัส ตรวจเลือดต่างๆน่ะ











































































